ไม่นานมานี้ คณะทำงานเครือข่ายเยาวชนสืบสานภูมิปัญญาได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนชุมชนวัฒนธรรมหัวสำโรง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ชุมชนที่นี่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นชุมชนการเรียนรู้อีกชุมชนหนึ่ง เนื่องจากประสบความสำเร็จในการรวมกลุ่มชาวบ้านในชุมชนจัดดำเนินกิจกรรมเพื่อแก้ปัญหาของชุมชน โดยเฉพาะเรื่องปัญหาเศรษฐกิจในชุมชน และการรื้อฟื้นประวัติศาสตร์ของชุมชน
ชุมชนวัฒนธรรมบ้านหัวสำโรง มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน ดังเห็นได้จากภายในชุมชนเต็มไปด้วยวัดร้าง ซึ่งพบมากถึง ๒๐ วัด บางแห่งยังคงสืบเนื่องกิจกรรมมาถึงปัจจับัน บางแห่งเหลือเพียงซากปรักหักพัง และบางแห่งเหลือเพียงชื่อ จากการค้นคว้าของนักโบราณคดีเชื่อว่าชุมชนหัวสำโรงแห่งนี้มีอายุไม่ต่ำกว่าช่วงปลายสมัยอยุธยา
แต่เดิมย้อนกลับไปเมื่อ ๒๐ ปีก่อน ยังไม่มีใครสนใจเศษซากปรักหักพังของกองอิฐมาก่อน ชาวบ้านข้างเคียงค่อยๆ รุกคืบยึดเอาที่ดินของวัดปรับแปลงมาเป็นไร่นาของตนเองไปเกือบหมด ในช่วงหนึ่งเจดีย์วัดร้างต่างๆ ยังต้องผจญกับโจรขุดล่าหาสมบัติ ที่ต่างพากันมาขุดหาของเก่าใต้ฐานเจดีย์จนเป็นช่องโพลง รอวันล้มพังลงมา
ยังโชคดีที่เริ่มมีคนในชุมชนเห็นความสำคัญของการรื้อฟื้นวัดร้างเก่าๆ และเริ่มเก็บค้นข้อมูล ไปเจรจาขอที่คืนจากบรรดาคนที่เอาที่ของวัดไป ด้วยวิธีการแบบสันติวิธี ตั้งแต่การขอรับบริจาคคืน จนถึงการขอซื้อต่อที่ดินคืน แม้ว่าแรกเริ่มเดิมที เจ้าของที่ดินส่วนใหญ่จะไม่พอใจ แต่เมื่อได้เห็นความตั้งใจของคนทำงาน หลายคนตัดสินใจยกที่คืนให้เพื่อเป็นประโยชน์ส่วนรวม
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมชุมชนชาวนา มาสู่สังคมกึ่งเมืองกึ่งชนบทอย่างหัวสำโรงจึงต้องตอบรับการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การเปลี่ยนวิถีการผลิต ความสัมพันธ์ของคนในชุมชน
น่าสนใจว่าการยืนยันถึงตัวตนของชุมชนจากวัดร้าง ซึ่งสามารถกำหนดอายุของชุมชนอันแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงต่อเนื่องอันยาวนานของชุมชนหัวสำโรงจนมาถึงปัจจุบัน
ที่ผ่านมาชุมชนไทยได้เผชิญกับมรสุมกระแสการพัฒนา ทำลายรากฐานจนสึกกร่อน เปรียบได้กับกาลเวลาและลมฝนได้ทำลายกัดเซาะเจดีย์อุโบสถวัดร้างให้ทรุดโทรมล้มพังไป
แต่ขณะนี้ วัดร้างในชุมชนกลัมมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนและเป็นศูนย์รวมใจของชาวบ้าน ในการรื้อฟื้นอัตลักษณ์ของชุมชนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของกระแสสังคมในปัจจุบัน วัดบางแห่งยังคงมีกิจกรรมในชุมชนสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ยังคงเป็นศูนย์กลางของชุมชนไม่เสื่อมคลาย
ในเรื่องของการรวมกลุ่มอาชีพของชาวบ้าน เพื่อตอบสนองและแก้ปัญหาปากท้อง ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวหัวสำโรงก็มีความน่าสนใจไม่น้อย
ชาวบ้านที่นั่นบอกว่า เดิมมีความพยายามรวมกลุ่มอาชีพกลุ่มต่างๆ จากหน่วยงานราชการ ในตอนแรกก็เริ่มด้วยการพาไปดูงานที่นั่นที่นี่ แล้วก็กลับมาทดลองรวมกลุ่มกันทำการผลิตแต่แล้วก็ไปไม่รอด อันเป็นเรื่องเล่ามหากาพสูตรสำเร็จของการรวมกลุ่มชาวบ้านโดยรัฐที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านที่นี่ไม่ย่อท้อต่อความล้มเหลว เพราะได้รับประสบการณ์จากการทดลองทำผิดทำถูก จนได้ทางออกมาเป็นการรวมกลุ่มเย็บผ้าทำผ้าห่ม เริ่มจากสมาชิกจำนวนน้อย ค่อยๆ ขยายผลจนได้สมาชิกจำนวนหนึ่ง สามารถรับออเดอร์จากลูกค้ารายใหญ่ เดือนหนึ่งขายส่งออกหลายพันผืน และได้กลายเป็นสินค้าโอท๊อปของจังหวัดลพบุรี
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังรวมกลุ่มองชีพกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทำน้ำพริก กลุ่มโรงสีข้าวชุมชน โรงน้ำดื่มชุมชน กลุ่มทำขนมทองม้วน และกลุ่มออมทรัพชุมชน ซึ่งถือได้ว่าเป็นกลุ่มแกนกลางของกลุ่มกิจกรรมหรือกลุ่มอาชีพกลุ่มอื่นทั้งหมดที่มีอยู่ในชุมชน
ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะกลุ่มอาชีพกลุ่มอื่น เป็นเพียงกลุ่มกิจกรรมที่มีชาวบ้านบางส่วนเกี่ยวข้องกับอาชีพนั้นๆ ซึ่งไม่ได้ครอบคลุมหรือสร้างการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ขณะที่กลุ่มออมทรัพย์มีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นชาวบ้าน และมีเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านสมาชิกทุกคนมาพบปะกันเมื่อถึงเวลานัด จึงเป็นโอกาสสำคัญให้ชาวบ้านได้ว่างเว้นจากการงานของตนมาแลกเปลี่ยนพูดคุยกับชาวบ้านคนอื่นๆ ในชุมชน
นอกจากนี้ แกนนำชาวบ้านยังได้ใช้โอกาสนี้ในการสื่อสารประชาสัมพันธ์เรื่องราวข่าวสารต่างๆ จากภายนอก หรือต้องการสื่อสารกันภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น