วันศุกร์, กุมภาพันธ์ ๐๕, ๒๕๕๓

ชุมชนวัฒนธรรมหัวสำโรงกับพลวัตรชุมชน (๒)

หากมองดูชุมชนหัวสำโรงในฐานะที่เป็นระบบหนึ่ง ระบบในที่นี้ หมายความถึงชุดขององค์ประกอบที่ต่างมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน และต่างมีความเกี่ยวข้องความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างกันและมีเป้าหมายที่นำไปสู่ความสมดุลต่อเนื่องของระบบ คือการตั้งอยู่ได้ขององค์ประกอบต่างๆ อย่างไรก็ตาม ระบบมีทั้งระบบปิด และระบบเปิด

ระบบปิดไม่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขภายนอกที่จะเข้ามาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบ หรือทำให้ระบบเสียสมดุลย์ ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่เราใฝ่หา นั่นคือ ถึงแม้จะมีเทคโนโลยี วัฒนธรรมจากภายนอกเข้ามาในชุมชน ชุมชนก็จะสามารถดำรงความสมดุลภายในชุมชนได้ แต่ในความเป็นจริงเราไม่สามารถหาชุมชนที่กล่าวถึงได้ เพราะในมุมมองเชิงสังคม วัฒนธรรม ชุมชนและสังคมมนุษย์มีเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก ค่านิยม พฤติกรรมของคนในสังคมเข้ามากำหนดทิศทางของสังคม

ดังได้กล่าวแล้วว่า ชุมชนไทยเปิดรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรมและเทคโนโลยีการผลิตมาช้านานแล้ว โดยเฉพาะในบริเวณที่ราบลุ่มภาคกลางของไทย จากกระบวนการปฏิสัมพันธ์กับชุมชนและสังคมภายนอก

แน่นอน ชุมชนหัวสำโรงย่อมเป็นชุมชนระบบเปิด เปิดรับวัฒนธรรม เทคโนโลยี และการเปลี่ยนจากภายนอก หรือกระทั่งการมีอิทธิพลความเปลี่ยนให้กับสังคมและชุมชนภายนอกด้วยเช่นกัน

ชาวบ้านชุมชนหัวสำโรงมีความพยายามปรับตัวเข้ากับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เข้ามากระทบต่อชุมชน เช่นในด้านเศรษฐกิจ การเข้ามาส่งเสริมการรวมกลุ่มจากทางราชการไม่ได้ช่วยให้กลุ่มประสบความสำเร็จะเกิดความยั่งยืนได้เทียบเท่ากับการคิดค้นและรวมกลุ่มจากการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในชุมชนเอง

กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในชุมชน เป็นการรับเอาความรู้การผลิตจากภายนอกโดยการไปดูงาน ผสมผสานกับความชำนาญในการผลิตของชาวบ้านเป็นทุนเดิม จึงเกิดกลุ่มอาชีพเย็บผ้าห่ม และกลุ่มอืนๆ ตามมา เช่นกลุ่มน้ำพริก กลุ่มทำขนมทองม้วนซึ่งเป็นการผลิตเพื่อเน้นขายภายนอกชุมชนเป็นหลัก แต่ก็มีการรวมกลุ่มที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนด้วยเช่นกัน คือกลุ่มโรงสีข้าวชุมชน กลุ่มทำน้ำดื่มชุมชน และกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ชุมชน ฯลฯ

กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ชุมชนได้กลายเป็นแกนกิจกรรมหลักของชุมชน เนื่องจากเป็นแหล่งระดมทุนภายในชุมชนที่สำคัญและมีประสิทธิภาพยิ่ง ทั้งนี้ เนื่องจากความเข้มแข็งและความรับผิดชอบของผู้นำชุมชน ที่ทำให้กองทุนออมทรัพย์ชุมชนเติบโตสามารถสร้างประโยชน์ให้สมาชิกมีดอกผล และสวัสดิการชุมชนกลับคืนสู่ชาวบ้านในรูปแบบต่างๆ จนได้รับการยอมรับจากชาวบ้านทั้งระดับตำบลและจังหวัด

กระบวนการปรับตัวของชุมชนต่อกระแสโลกาภิวัตน์ มีได้หลายแนวทั้ง ทั้งมาจากการเก็บรวบรวมสิ่งดีดีในชุมชนที่ยังหลงเหลืออยู่ เช่นภูมิปัญญาชาวบ้าน ประวัติศาสตร์ ประเพณีวัฒนธรรม รวมทั้งการเลือกรับเอาสิ่งใหม่จากภายนอกชุมชนเข้ามาปรับรับใช้คนในชุมชน โดยไม่เกิดความขัดแย้งตึงแครียดในชุมชน เช่นระบบวิถีการผลิตแบบใหม่ จนทำให้ชุมชนสามารถปรับตัวระหว่างของเก่าและสิ่งใหม่ ไปสู่ความสมดุลย์ของชุมชนต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น: