ในอดีตโลกของเราเคยมีรากฐานความเชื่อทางศาสนา ประเพณี วัฒนธรรมและกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย ผ่านพัฒนาการคิดค้น ปรับเปลี่ยนประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของคนในชุมชน จนกลายเป็นความรู้ภูมิปัญญาของท้องถิ่นเฉพาะของแต่ละแห่ง ซึ่งต่างมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนที่แตกต่างกันไป หากแต่อยู่ร่วมกันอย่างสอดคล้องกลมกลืน
ขณะที่โลกปัจจุบัน โลกของเรากลายเป็นหนึ่งเดียว ใกล้ชิดกันมากขึ้น ในนามของโลกาภิวัตน์ ทั่วทุกมุมโลกต่างเชื่อมโยงถึงกันด้วยพลังของเทคโนโลยีสมัยใหม่ คนในหมู่บ้านชนบทอันห่างไกล สามารถติดต่อกับมหานครใหญ่ของโลกได้ง่ายดาย
โลกาภิวัตน์ยังช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในดินแดนต่าง แต่ในอีกด้านหนึ่งโลกาภิวัตน์กำลังนำเราไปสู่ความเป็นวัฒนธรรมเดี่ยวมากขึ้นทุกขณะ เสื้อผ้า การแต่งกาย วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ที่ต้องไล่ตามกระแสความทันสมัยตลอดเวลา จนบางครั้งไม่อาจเลือกรับ และกลั่นกรองสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามาได้อย่างทันท่วงที
โลกาภิวัตน์ไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอกของเราเท่านั้น หากยังเข้าไปเปลี่ยนจิตสำนึก ระบบคุณค่า ความเชื่อภายในจิตใจของเราอีกด้วย วิถีชีวิตทันสมัยที่มาพร้อมกับโลกาภิวัตน์ ทำให้เรากลายเป็นนักบริโภคที่ไม่รู้จักพอ นำไปสู่การทำลายสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน
การสร้างการเรียนรู้เพื่อค้นหาทางเลือกของชีวิตที่หลุดพ้นจากบริโภคนิยม วัฒนธรรมที่ยั่งยืน และโลกาภิวัตน์ที่เป็นธรรม นำไปสู่การเติบโตอย่างรู้เท่าทัน ผ่านการเลือกรับ ปรับใช้ เชื่อมประสานวิถีเก่า วิถีใหม่ ให้กลับมามีประโยชน์และตอบสนองปัญหาและความต้องการของคนในชุมชนและสังคมได้อย่างสอดคล้องและเหมาะสม
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น